ท่อ HDPE, ท่อ PE คืออะไร?
HDPE ย่อมาจากคำว่า High-Density Polyethylene ซึ่งเป็นวัสดุพลาสติกที่ผลิตจากการพอลิเมอร์ไรเดอร์ในสภาวะแรงดันสูง (high-pressure process) ท่อน้ำที่ผลิตจาก HDPE จะรองรับแรงดันได้สูง มีผิวด้านในเรียบ แข็งแรงและทนทานต่อสารเคมีจากการกัดกร่อน โดยมีขนาดและหนาเป็นไปตามแต่ละการใช้งานและความต้องการของลูกค้า

สินค้าท่อ HDPE ท่อ PE
ท่อ HDPE มาตรฐาน มอก.982-2556 แข็งแรง น้ำหนักเบา ทนทาน
ต้องการสั่งซื้อท่อ HDPE หรือขอคำแนะนำเพิ่มเติม
ต้องการสั่งซื้อท่อ HDPE หรือขอคำแนะนำเพิ่มเติม
เราจำหน่าย ท่อ HDPE และท่อ PE มาตรฐาน มอก. พร้อมให้คำแนะนำเลือกสินค้าให้เหมาะกับงานจริง ทั้งงานท่อประปา งานอุตสาหกรรม และงานโครงการ
ติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา หรือรับคำปรึกษาฟรีจากผู้เชี่ยวชาญ


คุณสมบัติของ ท่อ HDPE, ท่อ PE
- 1. มีความแข็งแรงสูง และมีความทนทานต่อแรงดันได้เป็นอย่างดี ท่อ HDPE มีความแข็งแรงสูง และมีความทนทานต่อแรงดันสูง
- 2. น้ำหนักที่เบา และมีความยืดหยุ่นสูง สามารถยืดหยุ่นและยึดรูปได้ดี
อายุการใช้งานยาวนาน มักจะเกิน 50 ปี - 3. มีความทนทานต่อสารเคมีหลายชนิด เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในงานหลายประเภท
เช่น ท่อน้ำประปา, ท่อระบายน้ำ, ท่อร้อยสายไฟ, ท่อในเหมือง เป็นต้น - 4. ทนต่อสภาพแวดล้อมที่หนาวและร้อนได้ดี โดยสามารถทำงานได้ใน อุณหภูมิ -40°C ถึง 80°C
- 5. ทนต่อแสงอาทิตย์ (รังสี UV) ซึ่งทำให้เป็นวัสดุที่สามารถใช้งานกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเสื่อมสภาพจากแสงแดด เหมาะสมกับสภาพอากาศบ้านเราเป็นอย่างดี
วิธีการเชื่อม ท่อ HDPE มีหลายวิธี ดังนี้
การเชื่อมท่อด้วยวิธี Electro-Fusion
Electro-Fusion เป็นวิธีการเชื่อมท่อพลาสติก HDPE และอุปกรณ์ต่างๆ โดยใช้ความร้อนที่เกิดจากการผ่านกระแสไฟฟ้าไปยังขดลวดที่ฝังอยู่ในข้อต่อเรียกว่า Coupling หรือ fittings ทำให้ท่อและข้อต่อหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน วิธีการเชื่อมแบบ Electro-Fusion จะทำให้รอยเชื่อมไม่เกิดตะเข็บและไม่มีรอยต่อภายในท่อจึงทำให้ท่อไม่มีการรั่วซึม


ขั้นตอนการเชื่อมแบบ Electro-Fusion ดังนี้
1. การเตรียมปลายท่อ: ตัดท่อให้ได้ความยาวที่ต้องการและลบมุมหรือทำความสะอาดปลายท่อทั้งสองข้างโดยใช้ทริมเมอร์ (Trimmer) โดยปลายท่อที่จะเชื่อมจะต้องสะอาดและไม่มีเศษฝุ่นหรือความเสียหายใดๆ เพื่อให้เกิดการเชื่อมแบบสมบูรณ์
2. สอดท่อทั้งสองเข้ากับข้อต่อ: สอดท่อที่ต้องการเชื่อมเข้ากับข้อต่อ coupling จากนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างระหว่างท่อกับข้อต่อ
3. จ่ายไฟให้กับข้อต่อ coupling: กระแสไฟฟ้าจะถูกส่งผ่านตัวสร้างขดลวดภายในข้อต่อ ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนและทำให้ท่อและข้อต่อหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งระยะเวลาและความร้อนที่ให้จะขึ้นอยู่กับการคำนวน
4. ตรวจสอบข้อต่อ: หลังจากการเชื่อมเสร็จสิ้น ควรตรวจสอบข้อต่อเพื่อให้แน่ใจว่ามีการหลอมรวมอย่างสมบูรณ์และไม่มีการรั่วซึม
ข้อดีและข้อเสียของการเชื่อม
แบบ Electro-Fusion
ข้อดี:
1. ข้อต่อแข็งแรงและไม่รั่วซึม
2. ทนแรงดันได้ดี มีความแข็งแรงและนิยมใช้ในระบบที่มีแรงดันสูง
3. ประสิทธิภาพสูง เป็นวิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการเชื่อมท่อและข้อต่อเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถประหยัดเวลาในการทำงานได้
ข้อเสีย:
1. ใช้อุปกรณ์เฉพาะ ใช้ข้อต่อชนิดพิเศษที่มีขดลวดข้างในเพื่อเป็นตัวนำไฟฟ้าในการให้ความร้อนเพื่อเกิดการเชื่อม และจำเป็นต้องใช้ข้อต่อ Electrofusion ในทุกๆจุดที่จะเชื่อม เนื่องจากข้อต่อจะถูกหลอกรวมไปกับท่อเป็นเนื้อเดียวกัน
2. ใช้ไฟฟ้าในการทำความร้อน ต้องใช้ไฟฟ้าในการเชื่อม ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในบางสถานที่ที่เข้าไปทำการติดตั้งท่อ
3. จำกัดเฉพาะท่อและอุปกรณ์เฉพาะ สามารถใช้ได้กับท่อและอุปกรณ์พลาสติกเท่านั้น และอาจไม่เหมาะกับบางโครงการ
โดยรวมแล้ว Electro-Fusion เป็นวิธีการที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพในการต่อท่อและอุปกรณ์พลาสติก แต่สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาข้อกำหนดเฉพาะของโครงการก่อนที่จะตัดสินใจใช้
วิธีการติดตั้ง ท่อ HDPE

การวางท่อ HDPE
แบบ Pipe Jacking คืออะไร?
Pipe Jacking หรือที่เราเรียกว่า วิธีการวางท่อแบบ “การดันท่อ” และการใช้วิธี Pipe Jacking เป็นหนึ่งในวิธีที่ไม่ต้องการขุดร่องลึก เพื่อวางท่อ เหมาะสมกับการวางท่อหลากหลายรูปแบบ แต่มักจะใช้การวางท่อหน้าไซต์งานที่ท่อแทบไม่ต้องหลบหลีก หรือเหมาะกับหน้างานที่ท่อวางตรงอย่างมาก
ขั้นตอนการวางท่อแบบ Pipe Jacking
ต้องทำการสำรวจสภาพดินและลักษณะดินในบริเวณที่จะทำการดันท่อผ่านที่ต้องทำการวางท่อหน้าไซต์งานที่ขุดเจาะ ในขั้นตอนการตรวจสอบต้องอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์อย่างมาก หากตำแหน่งที่ต้องการวางท่อดินมีความแข็งแรงไม่เพียงพอ อาจจะไม่สามารถรองรับได้ แต่สามารถแก้ไขด้วยวิธีการเสริมความแข็งแรงของดินในบริเวณดังกล่าว และยังต้องมีข้อควรระวังในพื้นที่ ที่มีหินเป็นจำนวนมาก อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อท่อได้ หลังจากที่สำรวจพื้นที่ และหากพบว่าพื้นที่สามารถดำเนินการวางท่อได้ โดยที่บริเวณโดยรอบพื้นที่ไม่มีปัญหาความอ่อน หรือมีหินมากเกินไป และขั้นตอนต่อไปจะมีการเปิดผิวดินในพื้นที่ เพื่อที่จะวางเครื่อง “ดัน”



